ลูกหนี้มีเฮ!!รัฐลดดอกเบี้ย

0 views
|

ลูกหนี้มีเฮ!!รัฐลดดอกเบี้ย

การชำระหนี้สินตามกฎหมายนั้นเป็นสิ่งที่ลูกหนี้ควรทำ แต่เนื่องจากยุคไวรัสโควิด 19 แพร่ระบาดลูกหนี้บางรายก็ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่สามารถสร้างรายได้ให้มากกว่ารายจ่าย รัฐบาลจึงนำเสนอแนวทางเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ต้องแบกรับหนี้สิน งานนี้ลูกหนี้มีเฮ! เนื่องจากรัฐบาลได้ออกมาประกาศให้มีการลดดอกเบี้ยเหลือ 3% เจ้าหนี้เก็บดอกเบี้ยสูงเกินไม่ได้แล้ว มีผลแล้วเมื่อรัฐบาลได้ออกออกมาประกาศปรับลดดอกเบี้ยลูกหนี้ ห้ามเจ้าหนี้คิดดอกเบี้ยซ้อนตามพรบกฎหมายแพ่งเริ่ม 11 เมษายน 2564 ราชกิจจานุเบกษา

ทำไมถึงลดดอกเบี้ย????

เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยได้มีการระบาดไวรัสโควิด 19 รอบที่ 3 ทำให้เศรษฐกิจของไทยย่ำแย่ ทำให้ประชาชนขาดรายได้ส่งผลให้สามารถผ่อนชำระหนี้สินตามกำหนด หรือชำระล่าช้า รัฐบาลจึงได้มีการประกาศลดดอกเบี้ยให้กับลูกหนี้ โดยอ้างอิงกฎหมายเดิมที่มีการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล โดยมีการแก้กฎหมายใหม่เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหนี้ฉวยโอกาสเรียกดอกเบี้ยจากลูกหนี้ในอัตราที่สูงเกินไปที่จะทำให้ลูกหนี้ได้รับความเดือดร้อน และแบกภาระเพิ่มขึ้น คือ

  • คิดอัตราดอกเบี้ยสูงทำให้ลูกหนี้ได้รับความเดือดร้อน
  • ลูกหนี้ผิดนัดชำระต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงเกินจริง
  • มีความเหลื่อมล้ำและขาดความเป็นธรรม

ลดดอกเบี้ยอะไรได้บ้าง

เพื่อลดภาระให้กับลูกหนี้รัฐบาลจึงได้ประกาศในการแก้กฎหมายรอบนี้ทำให้ลูกหนี้ 2 ประเภทได้รับผลประโยชน์คือลูกหนี้ลดดอกเบี้ยต่อปีลงดังนี้

ดอกเบี้ยที่ไม่ได้กำหนด ปรับลดร้อยละ 7.5 ต่อปีเป็นร้อยละ 3 ต่อปี

ดอกเบี้ยผิดนัดชำระร้อยละ 7.5 ต่อปีเป็นร้อยละ 5 ต่อปีและห้ามไม่ให้คิดดอกซ้อนดอก

การทำสัญญากู้ยืมเงินกันระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้หากไม่ได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยเจ้าหนี้จะคิดดอกเบี้ยได้ที่ 3 %ต่อปีเท่านั้นหรือถ้าผิดนัดชำระหนี้ก็สามารถบวกเพิ่มจากดอกเบี้ยในกรณีปกติได้อีกไม่เกิน 5 %ต่อปี

กฎหมายบังคับใช้

ตามพระราชบัญญัติกําหนดในราชกิจจานุเบกษาว่าด้วยกฎหมายแพ่งและพาณิชย์พ. ศ. 2564 แก้ไขมาตรา 7( และมาตรา224 ซึ่งเป็นกฎหมายใหม่ปรับลดดอกเบี้ยลูกหนี้

มาตรา 7 ถ้าต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและไม่ได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้งให้ใช้อัตราร้อยละ 3 ต่อปีอัตราวรรค 1 อัฐเปลี่ยนผลัดเปลี่ยนให้ลดลงหรือเพิ่มขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจของประเทศได้โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาโดยปกติให้กระทรวงการคลังพิจารณาทบทวนทุก 3 ปีให้ใกล้เคียงกับอัตราเฉลี่ยระหว่างอัตราดอกเบี้ยเงินฝากกับอัตราดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของธนาคารพาณิชย์

มาตรา 224 หนี้เงินนั้นให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนด ตามมาตรา 7 + ด้วยอัตราเพิ่มร้อยละ 2 ต่อปีถ้าเจ้าหน้าที่อาจจะเลือกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมายก็ให้คนส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้นห้ามมิให้คิดดอกซ้อนดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัด

 

สรุป

ประชาชน ลูกหนี้มีเฮ! หลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศให้มีการปรับลดดอกเบี้ยให้กับลูกหนี้ ตามราชกิจจานุเบกษา การปรับเปลี่ยนในครั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ต้องแบกรับภาระรายจ่ายในชีวิตประจำวัน และหนี้สินภายในครัวเรือน และให้สอดคล้องกับรายได้เนื่องจากพิษเศรษฐกิจช่วงโควิด 19 กลุ่มลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระหนี้เนื่องจากรายได้ลดลงก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการที่จะมีการเรียกเก็บดอกเบี้ยซ้อนอีกต่อไป